ก่อเกิดมูลนิธิ
 

ความเป็นมาของโครงการการก่อสร้างโรงพยาบาล

สืบเนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธี อภิเษกสมรสของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ในวันที่ ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ในช่วงปลายปี พุทธศักราช ๒๕๑๙ นายกรัฐมนตรี (ฯพณฯ ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร)และ คณะรัฐมนตรี ในขณะนั้น ได้พิจารณาแล้ว มีมติว่า รัฐบาล และประชาชน ควรจะร่วมกัน ถวายความ จงรักภักดี ในวาระมหามงคลนี้ การจัดเตรียมของขวัญ ขึ้นน้อมเกล้า น้อมกระหม่อมถวาย จึงเริ่มขึ้นโดย ฯพณฯ ศาสตราจารย์ ธานินทร์ กรัยวิเชียร ในฐานะ หัวหน้าคณะรัฐบาล ขณะนั้นได้พิจารณา

ใคร่ครวญ ถึงพระราชปรารภของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังปรากฏในคำปราศรัย ของ นายกรัฐมนตรี (ฯพณฯ ศาสตราจารย์ ธานินทร์ กรัยวิเชียร) ตอนหนึ่ง มีความว่า :

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปรารภ อยู่เนืองนิจ ว่า การที่ ประชาราษฎร จะแสดง ความจงรักภักดี ต่อพระองค์ท่าน ก็ควรเป็นเรื่อง การประกอบความดีงาม เพื่อประโยชน์ ส่วนรวม เท่านั้น คณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าสมควรอย่างยิ่ง ที่พี่น้องร่วมชาติ กับรัฐบาล จะได้ร่วมกัน ถวายความจงรักภักดี ด้วยการจัดหาของขวัญ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ในลักษณะ ที่เป็นการประกอบ ความดีงาม เพื่อประโยชน์ ของส่วนรวม " และเหตุการณ์ ที่สมควร ต้องจารึก ในประวัติศาสตร์ ของ กระทรวงสาธารณสุข จึงเกิดขึ้น โดยเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้มีการปรึกษา หารือกัน ถึงการเตรียมการ จัดหาของขวัญ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย ระหว่าง ฯพณฯ ศาสตราจารย์ ธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรี และศาสตราจารย์ เรือโทนายแพทย์ ยงยุทธ สัจจวาณิชย์ รัฐมนตรี ว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ณ ทำเนียบรัฐบาล ดังปรากฏ ในบันทึกของศาสตราจารย์เรือโท นายแพทย์ ยงยุทธ สัจจวาณิชย์ เกี่ยวกับ การก่อสร้าง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ซึ่งสมควรอย่างยิ่ง ที่จะนำมาเผยแพร่ ให้อนุชนรุ่นหลัง ได้ทราบถึงประวัติ ความเป็นมา ของการก่อสร้าง โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ดังนี้ :

"เช้าวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ เวลาประมาณ ๐๗:๓๐ น. ฯพณฯ ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรี โทรศัพท์ตามตัวผมที่กระทรวงสาธารณสุข ให้ไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือเรื่อง ราชการ คำถามแรกแบบกันเอง "ในวันอภิเษกสมรสของสมเด็จพระบรมฯ และ ม.ล.โสมสวลี กิติยากร นั้น คุณหมอคิดว่ารัฐบาลและประชาชนจะทูลเกล้าฯ ถวายอะไร จึงจะเหมาะสมและดีที่สุด ผมเรียนถามว่า ท่านนายกฯ คิดถึงอะไร ท่านตอบว่า "โรงพยาบาล" ผมเห็นด้วยทันที เมื่อนำเรื่องนี้ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีทุกคนเห็นด้วย และให้มีการรับบริจาคทั่วประเทศ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี หารือต่อไปว่าสมควรจะสร้างที่ใดจึงจะเหมาะสม ขณะนั้นโรงพยาบาล ในกรุงเทพมหานคร ต่างก็มีคนไข้มารับการรักษา อย่างเนืองแน่น บางท่านจึงเห็นสมควรสร้างเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีแพทย์ทุกสาขา คู่กับโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งก็นับว่าเป็นการดีเช่นกัน ผมให้ความเห็นว่า หากมีการรับบริจาคเงิน จากคนทั่วประเทศ การสร้างโรงพยาบาล ในกรุงเทพมหานคร อาจจะไม่เป็นการเหมาะสมนัก ประจวบกับอำเภอต่าง ๆ อีก ๒๕๐ อำเภอยังไม่มีโรงพยาบาล ประชาชนตามอำเภอ ตำบลและหมู่บ้านเหล่านั้น เวลาเจ็บป่วย ก็รักษากันแบบโบราณตามมีตามเกิด หากสร้างโรงพยาบาลในระดับอำเภอในภาคต่าง ๆ น่าจะเหมาะสมและดีกว่า ทั้งยังเป็นการแผ่พระบารมีของสมเด็จพระบรมฯ ไปทั่วทุกภาคอีกด้วย เมื่อสร้างโรงพยาบาลเสร็จแล้ว สมควรมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการต่อไป รัฐมนตรีทุกคนเห็นชอบด้วย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี จึงนำความกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอพระราชทานชื่อโรงพยาบาลว่า "โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช" สำหรับสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาลนั้น ผมเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีว่า สมควรเลือกสร้างที่อำเภอในเขตแทรกซึมของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ เพื่อดูแลประชาชนในอำเภอ ตำบลและหมู่บ้าน ตลอดจนตำรวจ ทหาร และอาสาสมัคร ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย เพื่อรักษาบ้านเมืองอีกด้วย ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเป็นเอกฉันท์" จากบันทึกดังกล่าวจะเห็นได้ว่า รัฐบาลขณะนั้นได้นึกถึงประชาชนในชนบทห่างไกล ทุรกันดารที่ต้องเสี่ยงภัยเป็นสำคัญ ถึงแม้ว่าการก่อสร้าง จะไม่ง่ายเหมือนปัจจุบัน และมีบางท่านเสนอให้ก่อสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ ก็ตาม เพื่อประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ ของประเทศและสร้าง โอกาสให้ประชาชนในชนบทห่างไกล ได้เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จึงกำเนิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

รวมพลังครั้งยิ่งใหญ่

หลังจากที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้เห็นชอบ ให้จัดสร้างโรงพยาบาลชุมชนขนาด ๓๐ เตียง ในท้องถิ่นห่างไกลทุรกันดาร น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า "โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช" ต่อจากนั้น คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๓ และ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๑๙ ให้แต่งตั้ง คณะกรรมการ จัดสร้างโรงพยาบาล ขึ้นคณะหนึ่ง และแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ อีก ๔ คณะ ซึ่งถือว่าเป็นการรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดทั้งภาครัฐ และเอกชนที่จะมาร่วมกันทำงานใหญ่ เพื่อสถาบันอันเป็น ที่เคารพรักยิ่งของประชาชนทั่วประเทศ ดังจะเห็นได้ว่า กรรมการที่ ได้รับการการแต่งตั้งล้วนหลากหลาย ทั้งภาคราชการ เอกชน องค์กรการกุศล และบุคคล ที่มีชื่อเสียงในสังคม และเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าผลสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งด้านการระดมทุน การประชาสัมพันธ์ และการก่อสร้างก็เนื่องจากการเสียสละ ความมุ่งมั่น ของคณะกรรมการทั้ง ๕ คณะเหล่านี้คือ

๑. คณะกรรมการดำเนินการจัดสร้างโรงพยาบาล ซึ่งมี ฯพณฯ ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กรรมการ และมีนายเสริมศักดิ์ เทพาคำ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ
๒. คณะกรรมการฝ่ายหาทุน มี ฯพณฯ ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และมีรองประธานอีก ๑๖ มีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตรัฐมนตรี ว่าการ กระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธาน ฝ่ายจัดหาทุนคนที่ ๑ รับผิดชอบเกี่ยวกับ การหาทุน ของผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด และมีนายเฉลิม ประจวบเหมาะ อดีตที่ปรึกษา ฝ่ายเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี เป็น รองประธานฝ่ายจัดหาทุนคนที่ ๒ รองประธานที่เหลืออีก ๑๔ ท่าน จะเป็นผู้แทน ภาคเอกชน นายธนาคาร และนักธุรกิจ โดยมีเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นเลขานุการ
๓. คณะกรรมการฝ่ายก่อสร้าง มีศาสตราจารย์เรือโทนายแพทย์ยงยุทธ สัจจวาณิชย์ อดีตรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน และมีผู้อำนวยการ กองสาธารณสุขภูมิภาค เป็นเลขานุการ
๔. คณะกรรมการฝ่ายการเงิน มีศาสตราจารย์สุพัฒน์ สุธาธรรม อดีตรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน และมีนางสิริลักษณ์ รัตนากร เป็นเลขานุการ
๕. คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีนายดุสิต ศิริวรรณ อดีตรัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีนางสาวลาวัณย์ วัลยเสวี เป็นเลขานุการ

คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งทั้ง ๕ คณะ ได้เริ่มปฎิบัติภารกิจตั้งแต่ต้นปี ๒๕๒๐ เป็นต้นมา จนภารกิจต่าง ๆ สำเร็จลุล่วงไป เวลาผ่านมา ๒๐ ปีเศษ คณะกรรมการทุกท่าน คงจะภาคภูมิใจ และปลื้มปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทุกแห่งปฎิบัติภารกิจ รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท สนองพระราชปณิธานที่ ทรงหมายมั่นไว้เมื่อ ๒๐ ปี ที่แล้วได้อย่างดียิ่ง ในการดูแลประชาชน ให้พ้นจากการป่วยไข้ และช่วยบำรุงสุขแก่ประชาชน ในชนบทห่างไกล ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมาเป็นเวลากว่า ๒ ทศวรรษ และคงจะต้องปฎิบัติภารกิจต่อไปให้ดีที่สุดด้วยจิตสำนึก ตลอดเวลาว่า โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กำเนิดจากศรัทธา อันแรงกล้า ของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ

 

พระราชประวัติ | เกี่ยวกับมูลนิธิ | โรงพยาบาลในมูลนิธิ | สมทบทุนมูลนิธิ | ผลงานของมูลนิธิ | ติดต่อเรา | ข่าวมูลนิธิ